Top Story TH


Loading...

Sunday, February 23, 2020

เมล็ดขนุนต้ม ของดีราคาถูก ประโยชน์เยอะ บำรุงสมอง ชะลอความแก่

เมล็ดขนุนต้ม ของดีราคาถูก ประโยชน์เยอะ บำรุงสมอง ชะลอความแก่,เมล็ดขนุนต้ม ของดีราคาถูก ประโยชน์เยอะ บำรุงสมอง ชะลอความแก่

เม็ดขนุนต้ม อร่อยดีมีประโยชน์ บำรุงสมอ ง ชะลอความแ ก่

เม็ดขนุน ได้ມาຈากผลไม้ "ขนุน" นับว่าเป็นɤองกินที่หาได้ง่ายๆ เพราะหากมีต้นขนุน ที่ไหนมีผลไม้อย่าง ขนุน นำມาขาย ก็จะมีเม็ดอย่างแน่นอน ซึ่งหลายคนมักจะโยนทิ้งโดยไ ม่รู้ถึงประโยชน์

ชาวบ้านนิยมนำเม็ดขนุนມาต้มกิน โดยรสชาติหวานนิดๆ ออกมันๆ คล้ายถั่ว บางพื้นที่นำມาทำມาปรุงอาหารทั้งคา วและหวาน ที่สำคัญ "เม็ดขนุน" รับประทานแล้วได้ประโยชน์ມากມาย

 เพราะ เม็ดขนุน เป็นอาหารจำพวกแป้งที่ให้ คาร์โบไฮเดรต โปรตี น ไขมั น ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส และวิตามินบี 1 ดังนั้นการกินเม็ดขนุนต้มจะมีประโยชน์ ต่อระบบสม อง ระบบประสา ท และระบบกล้ามเนื้ อ ให้ประสานการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลต่อความจำɤองสม อง ช่วยให้ความจำดีขึ้น แก้อาการขี้หลงขี้ลืมได้เป็นอย่างดี

เม็ดขนุนมีส ารพรีไบโอติก หรือ สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ที่ทนต่อการย่ อยที่กระเพ าะอาหารและการดูดซึมɤองลำไ ส้เล็กตอนบน ซึ่งช่วยดูซึมแร่ธาตุอย่างแคลเซียม เหล็ก สร้างสา รป้องกันโร คมะเร็ งลำไ ส้ใหญ่ได้ โดยไ ม่ส่งเสริมการเจริญเติบโตɤองแบ คทีเ รียก่อโร คแต่อย่างใด

เม็ดขนุนมีโปรตี นสูง ดีสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนักลองเปลี่ยนຈากกินถั่วມากินเม็ดขนุนต้ม ก็ช่วยได้ เม็ดขนุน ยังเป็นแหล่งรวมวิตามินที่ดีกับเส้นผม ป้องกันผมไ ม่ให้แห้งกร้านและเป ราะบาง ช่วยการไหลเวียนɤองเลื อดดี ช่วยให้เส้นผมຍ าวเร็วขึ้นได้ด้วย มีส่วนช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันɤองร่างกายให้ทำงานเป็นปกติ ให้พลังงานสูง กินแล้วจะรู้สึกอิ่มท้องได้นาน ช่วยบำรุงเลื อด ป้องกันโร คโลหิ ตจา ง แก้อาการวิงเวียนศีรษะ แก้อาการชาตามนิ้วมือนิ้วเท้ า หรือกล้ามเ นื้อแขน

วิธีทำเม็ดขนุนต้ม

1 เม็ดขนุนแกะเปลือกหุ้มออกให้เกลี้ยง ล้างน้ำให้สะอาด

2 นำเม็ดขนุน ต้มกับน้ำเปล่า ให้เดือดประມาณ 20-25 นาที ให้เปลือกแต กออกມา หยิบມาแกะทานสัก 1 เม็ด พอได้ที่ จึงเติมเกลือตามใ จชอบ

3 เสร็จแล้วก็ยกลงຈากเตา ให้สะเด็ดน้ำ รอให้แห้ง แล้วจึงแกะเปลือกพร้อมทาน

นอกຈากนี้ยังสาມารถนำไปประกอบเป็นอาหารคา วหวานได้อีกหลายชนิดหลายอย่าง อาทิ แกงบวดเม็ดขนุน แกงไ ตปลา แกงเผ็ด ขนมหม้อแกง ขนมสังขຍ าเม็ดขนุน ฯลฯ เป็นอาหารที่เหມาะสำหรับคุณแม่ที่กำลังอยู่ในช่วงให้น มบุตร


การกินเม็ดขนุนต้มทุกวัน กินทุกวันได้ กินติดต่อกัน 7-10 วัน จะช่วยบำรุงน้ำน ม ขับน้ำน มได้ดี ทำให้น้ำน มɤองแม่เพิ่มມากขึ้น


ที่ມา NewTV

 

,เม็ดขนุนต้ม อร่อยดีมีประโยชน์ บำรุงสมอ ง ชะลอความแ ก่ เม็ดขนุน ได้ມาຈากผลไม้ "ขนุน" นับว่าเป็นɤองกินที่หาได้ง่ายๆ เพราะหากมีต้นขนุน ...

ประโยชน์ของปลาทู กินช่วยลดคอเลตเตอรอล และลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

ประโยชน์ของปลาทู กินช่วยลดคอเลตเตอรอล และลดความเสี่ยงโรคหัวใจ,ประโยชน์ของปลาทู กินช่วยลดคอเลตเตอรอล และลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

ไม่เคยรู้เลย..ประโยชน์ของปลาทู กินช่วยลดคอเลตเตอรอล และลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

ปลาทู (Short mackerel) เป็นปลาทะเลที่สามารถจับได้จำนวนมากที่สุดในประเทศไทย โดยนอกจากจะมีรสชาติอร่อยแล้วปลาทูยังจัดเป็นอาหารที่ทั้งถูกและดี ที่อยู่คู่กับครัวไทยมาช้านาน


สำหรับผู้ที่นิยมรับประทานอาหารแบบไทยๆ คงจะเคยลิ้มลอง "น้ำพริกปลาทู"ปลาทูต้มเค็ม หรือแม้แต่ปลาทูทอดธรรมดาๆกับข้าวสวยร้อนๆก็ตามแต่ ล้วนเป็นเมนูชวนน้ำลายไหลทุกครั้งที่นึกถึง ซึ่งแน่นอนว่า "ปลาทู"ที่เราชาวสุขภาพดี...จะหยิบยกมาเล่าสู่กันฟังนี้ ไม่ได้มีดีที่ความอร่อยเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสรรพคุณและประโยชน์ของปลาทูที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน

ปลาทู….อาหารชั้นเลิศ คุณค่าติดดาว ราคาติดดิน


ปลาทูตัวละ 7-10 บาทที่มีขายกันตามตลาดสดนี่เอง ที่เป็นแหล่งรวมสารอาหารมากมายไม่แพ้ปลาราคาแพงอยากแซลมอนหรือทูน่าที่มีขายตามภัตตาคาร โดยในปลาทูจะมีกรดที่เรียกว่า ลิโนเลอิก (linoleic acid) ซึ่งเป็นกรดจำเป็นต่อร่างกายและได้จากการบริโภคเท่านั้น เนื่องจากร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นมาเองได้


โดยกรดลิโนเลอิกนี้มีบทบาทสำคัญช่วยพัฒนาสมองและเสริมสร้างการทำงานของระบบสืบพันธุ์ อีกทั้งยังช่วยให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายได้รับสารอาหารมากขึ้น ร่างกายจึงสามารถนำสารอาหารต่างๆ ไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว และช่วยเผาผลาญกรดไขมันอิ่มตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้กรดดังกล่าวยังทำหน้าที่ลดการสะสมไขมันบริเวณผนังหลอดเลือดซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหัวใจและความดันโลหิตสูงในวัยสูงอายุอีกด้วย จึงกล่าวได้ว่าคุณประโยชน์ของปลาทูมีมากกว่าที่เราคิดจริงๆ


ประโยชน์และคุณค่าทางอาหารจากปลาทู


ปลาทู เป็นปลาที่มีคุณประโยชน์และสารอาหารที่เพียงพอต่อร่างกายโดยที่เราไม่ต้องรับประทานอาหารเสริมเสียด้วยซ้ำ ซึ่งการรับประทานปลาทูเพียง 1 ตัวนั้นจะได้รับสารอาหารมากมาย ดังต่อไปนี้


1. ประโยชน์ของปลาทู อุดมด้วย EPAและ DHA ซึ่งเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว โดยสารทั้งสองชนิดนี้จะทำหน้าที่ลดการจับตัวของเกร็ดเลือดที่ผิดปกติ ในบางรายจึงทำให้เป็นภาวะหลอดเลือดแข็งตัวหรือพบการอักเสบ นอกจากนั้นทั้ง EPAและ DHA นี้ยังมีส่วนช่วยในการลดระดับไขมันชนิดที่ทำให้เกิดลิ่มเลือดหรือหลอดเลือดอุดตันได้


2. ปลาทูมีประโยชน์เพราะมีโปรตีนสูง ในปลาทู 1 ตัวจะให้โปรตีนสูงถึง 20 กรัมต่อน้ำหนัก100 กรัม ซึ่งโปรตีนที่ได้จากปลาทูจะเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย ร่างกายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที


3. สรรพคุณของปลาทูมีแคลเซียมและฟอสฟอรัส โดยปริมาณแคลเซียมในปลาทูจะสูงถึง 170 มิลลิกรัมต่อปลาทูสด 100 กรัม นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยฟอสฟอรัสที่จำเป็นต่อร่างกาน โดยสารอาหารเหล่านี้จะมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างความแข็งแรงกระดูกและฟันได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในวัยเด็กและวัยผู้สูงอายุ


4. ประโยชน์ของปลาทูอุดมด้วยโอเมกา 3 และ 6 ที่มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมองยังเป็นส่วนประกอบของเยื่อบุผนังเซลล์ ช่วยลดคอเลตเตอรอล ลดความเสียงทั้งโรคหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้โอเมกา 3 และ 6 ในปลาทูนี้ ยังเป็นโครงสร้างที่สำคัญของเนื้อเยื้อบริเวณจอประสาทตา หรือ retina ที่ช่วยในการมองเห็นอีกด้วย


กินปลาทูทุกวันดีต่อร่างกายไหม ?


อย่างที่ทราบกันดีว่า ปลาแต่ละประเภทมีระดับไขมันไม่เท่ากัน หากรับประทานปลาที่มีไขมันสูงทุกๆ วันย่อมส่งผลเสียมากกว่าผลดี ดังนั้นหากอยากรับประทานปลาให้ได้ประโยชน์ควรเลือกชนิดของปลาให้เหมาะสมกับร่างกายและความต้องการในแต่ละวัย ในส่วนของปลาทูนั้นจะเห็นได้ว่าเป็นปลาที่มีปริมาณไขมันไม่สูงมากจึงรับประทานทุกวันได้ อย่างไรก็ดี เพื่อให้ได้โภชนาการที่หลากหลาย จึงควรรับประทานปลาประเภทอื่น รวมไปถึงเนื้อสัตว์ชนิดอื่นร่วมด้วย


กินปลามากแค่ไหนถึงเรียกว่าพอดี


เชื่อว่าเหตุผลในการรับประทานปลาของหลายคน น่าจะมาจากความต้องการ 'โปรตีน' ถึงมีอยู่ในปลาแทบทุกชนิด โดยปกติแล้วมนุษย์เรามีความต้องการโปรตีนที่แตกต่างกันตามแต่ละช่วงวัยดังนี้


เด็กเล็ก-เด็กโตจะต้องการโปรตีนที่ 1-1.1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม


ผู้ใหญ่ต้องการประมาณ 0.8 กรัม


หญิงตั้งครรภ์ที่ต้องการถึง 1.3 กรัม


ตัวอย่างเช่น หากผู้บริโภคมีน้ำหนัก 60 กิโลกรัม ร่างกายจะต้องรับโปรตีนสูงถึง 60 กรัมเลยทีเดียว โดยโปรตีนที่ได้จากปลาสุกจะอยู่ราวๆ 15-30 กรัมต่อ 100 กรัม โดยหากต้องการโปรตีนจากปลาเพียงอย่างเดียว ต้องรับประทานปลาอย่างน้อย 3-4 ตัวเลยทีเดียว ดังนั้นผู้รับประทานควรรับประทานอาหารชนิดอื่นร่วมด้วยเพื่อเพิ่มโปรตีนไม่ว่าจะเป็น ไข่ นม ถั่ว ไก่ หรือแม้กระทั่งเนื้อหมูที่ไม่ติดมัน หรือหากใครอยากรับประทานปลาเพียงอย่างเดียวแล้วได้โปรตีนสูง ก็ควรเลือกชนิดของปลาและวิธีการปรุงอาหารให้ดี เช่นควรเลือกรับประทานปลาตากแห้ง เช่นปลาสลิด หรือรับประทานแบบนึ่งหรือต้มจะได้โปรตีนมากกว่าการการย่างหรือทอดเป็นต้น


จากข้อมูลที่เรานำมาเสนอกันวันนี้หวังว่าจะทำให้การรับประทานปลาทูของผู้อ่านทุกๆ ท่าน อร่อยขึ้นและมีประโยชน์เพิ่มขึ้นไม่มากก็น้อยนะคะ ท้ายนี้อยากให้ใครหลายๆ คนที่ไม่ชอบรับประทานปลาทู ให้หันกับมาลิ้มลองกันอีกสักครั้ง แล้วคุณจะรู้ว่าสรรพคุณและประโยชน์ของปลาทู เป็นสุดยอดอาหาร ของดีที่ไม่ควรมองข้ามแม้แต่น้อย


แหล่งที่มา...sukkaphap-d.com

,ไม่เคยรู้เลย..ประโยชน์ของปลาทู กินช่วยลดคอเลตเตอรอล และลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ปลาทู (Short mackerel) เป็นปลาทะเลที่สามารถจับได้จำนวนมากท...

กรดไหลย้อน หายได้เพียงกินผักต้ม กับสิ่งนี้

กรดไหลย้อน หายได้เพียงกินผักต้ม กับสิ่งนี้,กรดไหลย้อน หายได้เพียงกินผักต้ม กับสิ่งนี้

โรคกรดไหลย้อน หายได้เพียงกินผักต้ม กับสิ่งนี้รู้แล้วแชร์ไว้เลย

1. ผักที่มีฤทธิ์เย็น

บวมหอมต้ม มีฤทธิ์เย็น แนะนำให้ทุกคนที่เป็นโรคกรดไหลย้อนทาน โดยเฉพาะผู้ที่มีสาเหตุจากกรดเกินในกระเพาะอาหารและควรทานให้มากในมื้อเย็น บวบหอมต้มจะช่วยลดอาการแสบท้อง ร้อนท้อง แสบหน้าอก ปวดท้องเหมือนลำไส้ถูกบิดได้

2. ผักสีเขียวที่มีกากใยสูง

เช่น ผักหวานบ้าน, คะน้า, ผักกวางตุ้ง, ผักกาดแก้ว (ผักสลัด), ตำลึง, ผักบุ้ง, บล็อคโครี่ ฯลฯ ผักเหล่านี้ควรทานให้มากในมื้อเช้าและมื้อกลางวัน โดยขณะรับประทาน เน้นบริโภคคำเล็กๆ และเคี้ยวผักเหล่านี้ให้ละเอียดมาก 2 – 3 นาทีต่อ 1 คำ ก่อนกลืนผักให้ใช้ลิ้นช่วยจัดผักให้เป็นชิ้นเล็กๆ แผ่นแบนๆ (ไม่ให้เป็นก้อน) เพื่อเป็นการกระจายกากใย เพราะกากใยในผัก ช่วยซับกรด ดูดซับน้ำตาลส่วนเกิน ทำความสะอาดลำไส้ ช่วยให้ลำไส้มีการเคลื่อนไหว เปรียบเหมือนเรามีหมอนวด นวดอาหารให้เคลื่อนไหวในลำไส้ บรรเทาอาการท้องผูก ให้มีการขับถ่าย และไล่ลมออกทางทวารหนัก

3. ผักสีขาวที่ย่อยง่าย

ผักสีขาวเป็นผักที่ย่อยง่าย เช่น กะหล่ำปลี ผักกาดขาว ดอกกะหล่ำปลี โตวเหมี่ยว ควรทานให้มากในมื้อเย็น ประโยชน์พิเศษของกะหล่ำปลี นักวิจัยหลายท่านเห็นด้วยกับการใช้กะหล่ำปลี ในการรักษาแผลในกระเพาะอาหาร เพราะกะหล่ำปลีประกอบด้วยซัลเฟอร์ ซึ่งช่วยในขบวนการหายของแผล สมานแผล รักษาการอักเสบ ช่วยซ่อมแซมผิวหนังและช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย (ที่มา : คัดลอกจากหนังสือ "น้ำทิพย์จากธรรมชาติ ทางลัดเพื่อสุขภาพจากผักและผลไม้" โดยทันตแพทย์จักรชัย และทันตแพทย์หญิงภัทรา หน้า 43 พิมพ์ครั้งที่ 4)

4. ผักที่เคี้ยวแล้วเป็นเมือก

ผักเหล่านี้ เมื่อเคี้ยวจะมีน้ำเป็นเมือก เหนี่ยวๆข้นๆออกมา คล้ายกับน้ำราดหน้า กระเพาะปลา เช่น ผักปลัง ผักดอกกระเจี๊ยบ (หาซื้อได้ในร้านขายน้ำพริก) ผักเหล่านี้เหมาะสำหรับคนที่มีสาเหตุจากความเครียด มีกรดเกินในกระเพาะอาหาร โดยรับประทานผักเหล่านี้เป็นคำสุดท้ายของมื้ออาหาร เพื่อให้เมือกเหล่านี้ ไปเคลือบกระเพาะและลำไส้ ป้องกันอาการแสบท้อง ป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร

5. เม็ดแมงลัก

มีกากใยสูง เหมาะสำหรับดูดซับน้ำตาลส่วนเกิน ทานเม็ดแมงลักตอนที่หิวข้าวและเริ่มแสบท้องในมื้อเช้า บรรเทาไปก่อน และหากในช่วงดึกมีอาการหิวและแสบท้องขึ้นมาอาจจะทานเม็ดแมงลัก เป็นการป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร

6. กล้วยน้ำว้า (ผู้ป่วยเบาหวานไม่ควรรับประทาน)

กล้วยน้ำว้า เพราะมีฤทธิ์เย็นในกระเพาะอาหารแต่จะมีฤทธิ์ร้อนที่ลำไส้ในการช่วยย่อยอาหาร ใช้เคลือบลำไส้ได้ดี เพราะจะเป็นเมือกเมื่ออยู่ในลำไส้

คำแนะนำเพิ่มเติม

หากโรคกรดไหลย้อนของท่านมีสาเหตุเกิดจากความเครียด มีกรดเกินในกระเพาะอาหารโดยมีอาการแสบท้อง ร้อนท้องร่วมด้วย เป็นต้น แนะนำให้ทานผักสีเขียวควบคู่กับกะหล่ำปลี ในสัดส่วน มื้อเช้า 80:20 กลางวัน 50:50 เย็น 30 :70 และมื้อเย็นอย่าลืมบวบหอมต้ม

ผักและผลไม้ที่ควรหลีกเลี่ยง

1. ผลไม้ที่มีรสหวาน มีน้ำตาลทุกชนิด เช่น ลำไย เงาะ แตงโม ฯลฯ ผลไม้เหล่านี้ มีน้ำตาลในปริมาณที่สูง เมื่อเรารับประทานเข้าไป น้ำตาลในผลไม้จะมีฤทธิ์เป็นกรดที่ลำไส้เล็ก

2. ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวทุกชนิด มะเขือเทศ แก้วมังกร ฝรั่ง เสาวรส มะนาว เพราะมีวิตามินซีสูง เมื่ออยู่ในกระเพาะอาหารจะมีฤทธิ์เป็นกรด ทำให้จุกท้อง ท้องป่อง และสำหรับคนที่เป็นหนัก จะมีอาการแสบท้องร่วมด้วย 

,โรคกรดไหลย้อน หายได้เพียงกินผักต้ม กับสิ่งนี้รู้แล้วแชร์ไว้เลย 1. ผักที่มีฤทธิ์เย็น บวมหอมต้ม มีฤทธิ์เย็น แนะนำให้ทุกคนที่เป็นโรคกรดไห...

กล้วยปิ้งร้อนๆ ที่มีสรรพคุณทางยาเพียบ แถมอร่อยด้วย

กล้วยปิ้งร้อนๆ ที่มีสรรพคุณทางยาเพียบ แถมอร่อยด้วย,กล้วยปิ้งร้อนๆ ที่มีสรรพคุณทางยาเพียบ แถมอร่อยด้วย

ไปหามากินด่วน! กล้วยปิ้งร้อนๆ ที่มีสรรพคุณทางยาเพียบ..แถมอร่อยด้วยนะ

กล้วยน้ำว้า มี โปรตีน และมีกรดอะมิโน อาร์จินิน และ ฮีสติดิน ซึ่งมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของทารก แถมยังมีวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายอีกด้วย นั้นเป็นคุณค่าทางโภชนาการ คราวนี้เรามาดูกันว่า สรรพคุณทางยาของกล้วยน้ำว้า มีอะไรกันบ้าง


1. ช่วยบรรเทาอาการ เจ็บคอ และอาการ เจ็บหน้าอก จากการ ไอแห้ง ทานวันละ 5-6 ผล จะช่วยให้อาการระคายเคืองลดน้อยลงได้


2. ช่วยเรื่อง กลิ่นปาก ทำให้ ลดกลิ่นปาก ได้ดี วิธีรับประทานคือทานกล้วยน้ำว้าหลังตื่นนอนทันที แล้วค่อยแปรงฟัน จะช่วยลดกลิ่นปากได้


3. ช่วยเป็น ยาระบายแก้ท้องผูก หรือระบบขับถ่ายไม่ปกติ วิธีรับประทานคือ ทาน กล้วยน้ำว้าสุก 1-2 ผล ก่อนนอน และดื่มน้ำตามมากๆ จะช่วยให้ถ่ายท้องได้ดีในวันรุ่งขึ้น


4. ช่วยแก้ท้องเดิน หรือ ท้องเสีย ได้ ในกล้วยน้ำว้าจะมี สารเทนนิน ซึ่งสามารถช่วยรักษาอาการท้องเสียแบบไม่รุนแรงได้ โดยการน้ำ กล้วยน้ำว้าดิบ หรือ กล้วยน้ำว้าห่าม มาปอกเปลือกหั่นเป็นชิ้นบางๆ ใส่น้ำพอท่วมยา ต้มนานครึ่งชั่วโมง ดื่มครั้งละ 1/2- 1 ถ้วยแก้ว ให้ดื่มทุกครั้งที่ถ่าย หรือทุกๆ 1-2 ชม. ใน 4-5 ชม.แรก หลังจากนั้นให้ดื่มทุกๆ 3-4 ชม. หรือ วันละ 3-4 ครั้ง (ถ้ายุ่งยาก ก็หายามาทานก็ได้ค่ะ)


5. ช่วยรักษา โรคกระเพาะ ได้ นำ กล้วยน้ำว้าดิบ มาปอกเปลือก แล้วนำเนื้อมาฝานเป็นแผ่นบางๆ แตกแดด 2 วัน ให้แห้งกรอบ บดเป็นผงให้ละเอียด ใช้ทานครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ ละลายน้ำข้าว หรือน้ำผึ้ง ทานก่อนอาหาร ครึ่งชม. หรือก่อนนอนทุกวัน


6. เปลือกกล้วยน้ำว้า ช่วยบรรเทา อาการคัน อันเนื่องมาจากแมลงกัดต่อย และ ผื่นแดง จากอาการคันได้ เนื่องจากมีฤทธิ์ในการ ต้านเชื้อรา และ ต้านเชื้อแบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดหนอง


รู้สรรพคุณของกล้วยน้ำว้าอย่างนี้แล้ว รีบไปซื้อติดบ้าน ไว้รับประทานบ้าง ก็คงจะดีไม่น้อย

,ไปหามากินด่วน! กล้วยปิ้งร้อนๆ ที่มีสรรพคุณทางยาเพียบ..แถมอร่อยด้วยนะ กล้วยน้ำว้า มี โปรตีน และมีกรดอะมิโน อาร์จินิน และ ฮีสติดิน ซึ่ง...

บุญ 12 ประการ ที่คนเป็นลูกกตัญญูจะได้รับ

บุญ 12 ประการ ที่คนเป็นลูกกตัญญูจะได้รับ,บุญ 12 ประการ ที่คนเป็นลูกกตัญญูจะได้รับ

พ่อแม่ที่เลี้ยงดูเรามาตั้งแต่เล็กๆ นั้นคือพระอรหันต์อันยิ่งใหญ่ของบ้าน โดยตามความเชื่อของทุกศ าสนาจะมีการสั่งสอนให้ทุกคนเป็นคนดี

ให้เราปฏิบัติต่อคนที่รักเราในครอบครัวเป็นอย่ างดี การที่เราได้ดูแลพ่อแม่ได้เลี้ยงดูพ่อแม่ ก็ถือเป็นความกตัญญูและเป็นบุญอันยิ่งใหญ่ เป็นการสร้างสิริมงคลให้กับตนเราเอง ทำให้มีความเจริญก้าวหน้าในชีวิตยิ่งขึ้นไป

และในวันนี้เรามีผลดีที่คนเป็นลูกที่มีความกตัญญูรู้คุณพ่อแม่ มาให้ทุกๆ ท่านได้ทราบและนำไปเป็นแนวทางการปฏิบัติสำหรับการใช้ชีวิตต่อไปต่อไปด้วย ซึ่งจะสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ช่วง

1 ขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ก็ให้ตัวเราดูแลเลี้ยงดู คอยช่วย เหลือกิจการงานของท่าน ดูแลปฏิบัติการกินอยู่เป็นอย่ างดี ให้ความสะดวกสบายเอาใจใส่มีเวลาให้ท่าน สร้างความสุขสร้างรอยยิ้มให้กับท่าน

2 ขณะที่ท่านล่ ว ง ลั บแล้ว ให้จัดพิธีให้ท่าน หมั่นทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับท่านสม่ำเสมอ เป็นสิ่งที่ดี เรานั้นควรต้องทำอยู่แล้ว

อานิสงส์ของการดูแลพ่อแม่ ดูแลผู้มีพระคุณที่เลี้ยงดูเรามา มี 12 ประการ

1 ทำให้พ้นทุ กข์พ้นภั ยได้

2 ทำให้มีความอดทน จากการทำสิ่งต่างๆ ได้ดี

3 ทำให้ได้ล าภโดยง่าย

4 ทำให้มีความสุขในการใช้ชีวิต

5 ทำให้มีความเจริญก้าวหน้าในชีวิต ในหน้าที่การงาน

6 ทำให้แคล้ ว ค ล า ด ภั ยในย ามคับขัน

7 ทำให้เป็นคนมีเหตุผล ไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม

8 ทำให้เทวดาลงมาพิทักษ์รักษาผู้ที่ทำ

9 ทำให้เป็นคน รอบคอบ มีสติ ในการที่จะคิดทำการใดๆ

10 ทำให้ได้รับการยกย่องสรรเสริญ

11 เมื่อมีลูกก็จะได้ลูกที่ดี

12 ทำให้เป็นตัวอย่ างอันดีแก่อนุชนรุ่นหลัง

พ่อแม่คือพระอรหันต์ของลูกๆ ไม่ต้องไปตามพระอรหันต์ที่ไหนเลย

ขอขอบคุณ postsara

,พ่อแม่ที่เลี้ยงดูเรามาตั้งแต่เล็กๆ นั้นคือพระอรหันต์อันยิ่งใหญ่ของบ้าน โดยตามความเชื่อของทุกศ าสนาจะมีการสั่งสอนให้ทุกคนเป็นคนดี ให้เ...

ต่อให้รวยมากแค่ไหน ก็ต้องเลี้ยงลูกแบบจน อยากให้พ่อแม่ทุกคนได้อ่าน

ต่อให้รวยมากแค่ไหน ก็ต้องเลี้ยงลูกแบบจน อยากให้พ่อแม่ทุกคนได้อ่าน,ต่อให้รวยมากแค่ไหน ก็ต้องเลี้ยงลูกแบบจน อยากให้พ่อแม่ทุกคนได้อ่าน

ต่อให้รวยมากแค่ไหน ก็ต้องเลี้ยงลูกแบบจน อยากให้พ่อแม่ทุกคนได้อ่าน

บทความนี้อ่านแล้วโดนใจสอนสติ เกี่ยวกับพ่อลูกไปอ่านกันเลยครับ


วันนั้น พาลูกไปร้านเครื่องเขียน ลูกอยากได้กล่องดินสอ เลือกแบบสุดหรู แต่ผมให้ซื้อแบบธรรมดาที่ใช้งานได้ดีเหมือนกัน หน้างอขึ้นมาทันที อยากได้ไม้บรรทัด ก็อยากได้แบบวิจิตรพิศดาร ผมให้เลือกแค่แบบพื้นฐานที่ใช้งานได้เหมือนมาตรฐานทั่วไป หน้าก็ยิ่งงอหนักเข้าไปอีก

ผมไม่ได้ว่าอะไร ตั้งใจก่อนนอนคืนนี้ จะชี้แนะลูกด้วยการเล่านิทานเปรียบเปรยให้เข้าใจ


หลังจากได้เป็นพ่อคนแล้ว ผมตั้งใจจะเลี้ยงลูกไม่ให้เหมือนแบบที่ชาวเอเชียเขานิยมทำกัน ที่มักไม่ยอมให้ลูกลำบาก ดูแลปกป้องแบบไข่ในหิน ประคบประหงมเกินพอดี

หลายปีผ่านไป ผมรู้สึกว่าวิธีการเลี้ยงลูกของผมจะลำบากมากขึ้นทุกวัน จนกระทั้งวันหนึ่ง ผมได้อ่านจดหมายเปิดผนึกฉบับหนึ่งที่โพสต์ลงในบอร์ดของมหาวิทยาลัยนานกิง จดหมายจากผู้ใช้นานว่า "พ่อผู้ขมขื่น" เขียนถึงลูกเขาที่เป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยนั้น แต่ไม่ได้เปิดเผยชื่อลูก


จดหมายฉบับนี้มีคุณค่ามากในสายตาของผม


ถึงลูกรักของพ่อ


แม้ลูกจะทำให้พ่อทุกข์ใจเกินบรรยาย แต่ลูกก็ยังเป็นลูกของพ่ออยู่วันยังค่ำ


หลังจากที่ลูกสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แล้ว อาจเป็นเพียงคนเดียวของตระกูลเราในรอบหลายชั่วอายุคนที่ทำได้สำเร็จ หลังจากนั้น พ่อชักไม่แน่ใจว่าตกลงใครเป็นพ่อและใครเป็นลูกกันแน่


พ่อช่วยแบกสัมภาระไปส่งลูกถึงหอพัก ช่วยกางมุ้ง ปูที่นอน ซื้อกับข้าวกับปลา ต้องสอนแม้กระทั่งวิธีบีบยาสีฟันออกจากหลอด ทั้งหลายทั้งปวง ดูเหมือนว่ามันเป็นหน้าที่ที่พ่อสมควรต้องทำให้ ไม่ได้ยินคำว่าขอบคุณสักคำจากลูกตั้งแต่ต้นจนจบ รู้สึกด้วยซ้ำว่าเป็นเกียรติอันยิ่งใหญ่ที่พ่อผู้ด้อยความสามารถคนนี้มีโอกาสได้รับใช้ลูกทูนหัว ที่บัดนี้ได้เป็นนักศึกษาผู้ทรงเกียรติไปแล้ว


ปีแรกทั้งปี ที่บ้านได้รับจดหมายจากลูกสามฉบับ ข้อความรวมกันแล้วอาจยาวกว่าข้อความในโทรเลขหนึ่งฉบับสักหน่อย ข้อความย่นย่อ ลายมือหวัดอ่านยาก มีแต่คำว่า "เงิน" นี่ตั้งใจเขียนได้ชัดเจนที่สุด


พอขึ้นปีที่สอง จดหมายมาแบบถี่ๆ ล้วนขอเงินเพิ่ม ลีลาการเร่งเร้าให้ส่งเงิน ข้อความที่เรียกร้องความเห็นใจ รับรู้ได้ถึงว่า หากเรียนจบแล้ว ลูกสามารถไปยึดอาชีพเป็นพวกเจ้าหน้าที่เร่งรัดหนี้สินได้เยี่ยมแน่นอน


แต่สิ่งที่ทำให้พ่อเจ็บปวดที่สุดนั้น มาจากการที่ลูกอาจหาญถึงขั้นปลอมแปลงตัวเลขจำนวนเงินที่ต้องจ่ายค่าหน่วยกิตของมหาวิทยาลัย ไม่คิดว่าลูกจะใช้วิธีนี้ มาหลอกลวงเงินทองจากผู้เป็นพ่อแม่ที่ให้กำเนิด เลี้ยงดู รักใคร่ลูกมาตลอด เพียงเพื่ออยากได้เงินเพิ่ม ไปเที่ยวผับ เที่ยวบาร์และร้องคาราโอเกะ….


คิดถึงเรื่องนี้เมื่อไหร่ก็เจ็บปวดเมื่อนั้น นอนไม่หลับ จนกลายเป็นโรคซึมเศร้า สาเหตุก็มาจากลูก คนที่พ่อเลี้ยงดูด้วยมือจนเติบใหญ่ แต่กลับกลายเป็นคนแปลกหน้าในร่างของนักศึกษา


ขอภาวนาในใจว่า นอกจากวิชาความรู้ต่างๆที่ลูกจะเรียนรู้จากสถาบันการศึกษาแล้ว ลูกจะกรุณาพัฒนาจิตใจให้เป็นคนซื่อสัตย์และกตัญญูรู้คุณด้วยก็จะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด…….


หลังจากได้อ่านจดหมายฉบับนี้แล้ว ผมรู้สึกว่าผมยังต้องเดินหน้าทำตามนโยบายในการดูแลลูกตามที่ตั้งใจไว้แต่แรก แม้จะรู้ว่ามันค่อนข้างลำบากในสังคมของเรา


มีอยู่วันหนึ่ง เพื่อนสมัยเรียนที่ย้ายไปออสเตรเลียกลับมาเยี่ยมบ้าน มีโอกาสได้นั่งคุยกัน เขาเล่าว่า คนออสเตรเลียนอกจากเชื่อถือในพระเจ้าแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่พวกเขาเชื่อมั่นก็คือ วิธีการเลี้ยงลูกแบบ "จะรวยแค่ไหน ก็ต้องเลี้ยงลูกแบบจน"


พวกเขาเชื่อว่า เด็กที่เติบโตขึ้นมาภายใต้การดูแลปกป้องมากไปของพ่อแม่ เมื่อโตแล้ว จะไม่มีปัญญาที่สามารถยืนอยู่บนลำแข้งตัวเอง และก็จะไม่มีวันสำนึกบุญคุณคนอื่น แม้กระทั่งพ่อแม่ตนก็ตาม


วันถัดมาเรามีโอกาสออกไปทำธุระด้วยกัน เจอฝนระหว่างทาง เขาเห็นเด็กน้อยถูกห่อหุ้มด้วยผ้านวมอย่างหนากลมไปหมดทั้งตัว จนดูคล้าย "ลูกบอลยัดนุ่น" เขาบอกว่า "เด็กควรจะใส่เสื้อผ้าน้อยกว่าผู้ใหญ่หน่อย" เขาเล่าว่าในออสเตรเลีย แม้หน้าหนาวก็จะไม่เห็นเด็กที่ถูกห่อแบบ "ลูกบอลยัดนุ่น" เหมือนที่เห็น หรือในวันแดดจ้า แม้เด็กจะนั่งอยู่ในรถเข็นเด็ก แต่คนเป็นแม่ก็จะทำใจแข็ง ไม่ยอมดึงที่บังแดดออกมากันแดดให้ลูก เด็กที่วิ่งเล่นแล้วหกล้มเอง พ่อแม่ก็จะยืนดูเฉยๆให้ลูกลุกขึ้นมาด้วยตัวเขาเอง ต่างๆนาๆล้วนพยายามให้ลูกฝึกช่วยตัวเองและอดทนให้มากที่สุด


ธรรมเนียมของครอบครัวชาวเอเชียอย่างพวกเรา หลักการที่ยึดติดมานานกับนโยบายที่ว่า "จะยากจนแค่ไหน ก็ไม่ยอมให้ลูกต้องลำบาก"


สงสัยจะถึงเวลาต้องทบทวนกันใหม่ได้แล้ว


การเลี้ยงลูกของสัตว์ทั้งหลายในโลกนี้ ตอนลูกยังเล็กและอ่อนแอ บางชนิดอมลูกไว้ในปาก บางชนิดซุกลูกไว้ใต้ปีก กลัวลูกๆจะไม่ปลอดภัย แต่พอลูกเริ่มโตได้ที่แล้ว พวกเขาจะไล่ลูกออกไปอย่างไร้เยื่อใย ให้ลูกไปเผชิญกับโลกภายนอกเอง ไปฝึกวิทยายุทธเอง ไปเผชิญปัญหาและมรสุมทุกรูปแบบ แล้วชีวิตจะไม่เจอทางตัน เห็นหรือยังว่าแม้แต่สัตว์ทั้งหลายก็ยังรู้ถึงหลักการที่ว่า "โอ๋ลูกจนไม่ลืมหูลืมตา ก็คือการฆ่าลูกแบบเลือดเย็น"


"จะรวยแค่ไหน ก็ต้องเลี้ยงลูกแบบจน" ด้วยวิธีนี้จะบังคับให้ลูกๆทั้งหลายรู้จักยืนอยู่บนลำแข้งตัวเอง และรู้จักสำนึกและตอบแทนบุญคุณคนเป็นพ่อเป็นแม่


สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรลืม ถึงแม้คุณจะห่วงด้วยวิธีปกป้องหรือโอ๋ลูกขนาดไหนก็ตาม คุณคงไม่มีปัญญาตามไปวุ่นวายหรือดูแลพวกเขาในช่วงครึ่งหลังของชีวิตเขา เพราะตอนนั้นคงได้เวลาที่คุณจะได้หลับยาวไปแล้ว


ขอบคุณข้อมูลค ขจรศักดิ์

,ต่อให้รวยมากแค่ไหน ก็ต้องเลี้ยงลูกแบบจน อยากให้พ่อแม่ทุกคนได้อ่าน บทความนี้อ่านแล้วโดนใจสอนสติ เกี่ยวกับพ่อลูกไปอ่านกันเลยครับ วันนั้...

บางคนได้ถึงหลักแสน วิธีเช็กเงินสะสมประกันสังคม ว่ามีอยู่เท่าไหร่แล้ว

บางคนได้ถึงหลักแสน วิธีเช็กเงินสะสมประกันสังคม ว่ามีอยู่เท่าไหร่แล้ว,บางคนได้ถึงหลักแสน วิธีเช็กเงินสะสมประกันสังคม ว่ามีอยู่เท่าไหร่แล้ว

ได้เยอะเหมือนกันนะ! มีอยู่เท่าไหร่แล้ว วิธีเช็กยอดเงินสะสมในประกันสังคม ง่ายนิดเดียว

สิทธิต่างๆ ทางสังคมของเรา เป็นสิ่งที่เราควรตระหนักทราบเอาไว้เสมอ สำคัญมากๆ เลยก็คือเจ้าเงินประกันสังคมที่จ่ายไปทุกเดือนนั่นล่ะ เพราะเป็นเงินก้อนที่ไม่ได้ช่วยดูแลแค่สุขภาพร่างกาย แต่ยังช่วยดูแลเกี่ยวกับสภาพทางการเงินให้ในตอนที่เราอยู่ในสถานะไม่สามารถทำงานได้อีกด้วย วันนี้เรา จะมาสอนวิธีตรวจสอบยอดเงินประกันสังคมที่เธอสะสมกันเอาไว้ว่ามีอยู่เท่าไหร่แล้ว เป็นยังไงบ้าง ซึ่งเป็นขั้นพื้นฐานที่เธอควรต้องรู้ให้ดีที่สุดเลยล่ะ!


1. เข้าไปที่ www.sso.go.th หลังจากนั้นให้เข้าสู่ระบบ โดยกดปุ่ม 'เข้าสู่ระบบ' จะขึ้นให้กรอกเลขบัตรประชาชนและรหัสผ่าน หรือถ้าใครเพิ่งเคยเข้ามาที่เว็บนี้ ก็ให้ทำการสมัครสมาชิก ซึ่งตรงนี้ต้องกรอกเบอร์โทรศัพท์เพื่อรับรหัสยืนยันตัวตนให้เรียบร้อย


2. เมื่อเข้าระบบตัวเองได้แล้ว ให้มองหาเมนูที่เขียนเอาไว้ว่า 'ผู้ประกันตน' ส่วนนี้สามารถดูข้อมูลต่างๆ ของเธอเองได้


3. ในส่วนของเงินสะสมในประกันสังคม ให้เลือกคำว่า 'ข้อมูลการส่งเงินสมทบ' โดยเมื่อเปิดเข้าไปจะเป็นประวัติการส่งเงินของเราในแต่ละเดือน โดยจะถูกแบ่งออกเป็นเปอร์เซ็นต์ 3 ส่วน คือเจ็บป่วย ชราภาพ ว่างงาน ซึ่งในส่วนของเงินชราภาพนั้น เธอยังสามารถรู้ได้ด้วยว่าถ้าแก่งั่กแล้วต้องออกจากงาน จะได้เงินเท่าไหร่ ด้วยการเลือกคำว่า 'การคำนวณเงินสงเคราะห์ชราภาพ' แอบไปส่องแล้ววางแผนชีวิตได้เลยล่ะ


จากวิธีที่กล่าวมา จะเห็นว่าตรวจสอบได้ไม่ยาก โดยในส่วนของเงินชราภาพนั้น เราสามารถทำเรื่องขอรับได้ก็ต่อเมื่ออายุ 55 ปีขึ้นไป ภายในระยะเวลา 1 ปีตั้งแต่พ้นสภาพการทำงาน ถ้าไม่ไปติดต่อระวังเงินนั้นจะโดนย้ายไปเป็นของกองกลางแทนนะ


ข้อมูลจาก http://www.gangbeauty.com/topic/111008

 

,ได้เยอะเหมือนกันนะ! มีอยู่เท่าไหร่แล้ว วิธีเช็กยอดเงินสะสมในประกันสังคม ง่ายนิดเดียว สิทธิต่างๆ ทางสังคมของเรา เป็นสิ่งที่เราควรตระหน...
Loading...